ลำดับพิธีการหมั้นแบบจีน

สำหรับคู่หนุ่มสาวที่กำลังคิดจะหมายหมั้นกัน และกำลังเตรียมงานหมั้นอยู่ ยิ่งโดยเฉพาะ “พิธีหมั้นแบบจีน” นั้นวันนี้เรามาดูลำดับขั้นตอนพิธีการหมั้นแบบจีนกันครับ ซึ่งอาจจะต้องเอามาปรับเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย ส่วนขั้นตอนมีอะไรบ้างมาดูกันครับ

ลำดับพิธีการหมั้นแบบจีน

ขั้นตอนแรกของการทำพิธีหมั้นแบบจีนนั้น จะให้ความสำคัญอย่างมากกับฤกษ์รับตัวเจ้าสาว ซึ่งทางพ่อแม่ของทั้งคู่จะนำเอาดวงของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวไปให้หมอดูหรือซินแสตรวจเพื่อหาฤกษ์ให้ เมื่อได้มาแล้วก็จะต้องทำการตระเตรียมงานสำหรับทำพิธี

แต่เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่แล้วมักจะนิยมฤกษ์ตามสะดวก โดยอาจจะหมั้นและแต่งในวันเดียวกันไปเลย และที่สำคัญแหวนหมั้น เป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งของพิธีหมั้น โดยซินแสจะกำหนดช่วงเวลาที่เป็นสิริมงคลที่สุดเอาไว้ เพื่อเป็นเวลาในการสวมแหวนมาให้ด้วย

ตามประเพณีของชาวจีนนั้นจะสวมแหวนหมั้นกันก่อน จึงจะออกไปทำการตั้งขบวนขันหมาก และเริ่มทำพิธีหมั้นกันโดยเริ่มต้นด้วยการเชิญเฒ่าแก่ของทั้งสองฝ่าย และบิดามารดาของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวขึ้นนั่งบนเวที โดยให้ฝ่ายหญิงอยุ่ทางด้านขวามือ ส่วนฝ่ายชายอยู่ทางด้านซ้ายมือ โดยตามประเพณีจีนนั้นมักนิยมให้คู่บ่าวสาวนั่งที่โซฟาตรงกลาง

หลังจากที่ขึ้นไปนั่งบนเวทีกันแล้วก็จะเป็นการสวมแหวนหมั้นตามฤกษ์ที่ซินแสได้ให้ไว้ โดยพ่อของฝ่ายชายจะหยิบแหวนหมั้นมาส่งให้แก่เฒ่าแก่ เพื่อมอบให้ฝ่ายชายทำการสวมแหวนหมั้นให้กับฝ่ายหญิง หลังจากนั้นทั้งคู่ก็จะกลายเป็นคู่หมั้นกันแล้ว

หลังจากนั้นฝ่ายชายก็จะเตรียมตัวออกไปตั้งขบวนขันหมาก ส่วนทางฝ่ายหญิงก็จะเตรียมของเอาไว้บนโต๊ะข้างเวที หลังจากนั้นเฒ่าแก่ของทั้งคู่จะมาร่วมเปิดสินสอดกัน และตรวจนับพร้อมกับประกาศจำนวนของสินสอด รวมไปถึงสิ่งของต่างๆ และหลังจากที่เปิดทรัพย์สินครบแล้วก็จะร่วมกันโปรย โหงวเจงจี้ หรือ เมล็ดพืช 5 อย่าง ลงบนสินสอดทั้งหมด และโปรยลงบนสิ่งของอื่นด้วย พร้อมกับพูดจาเป็นมงคลให้กับทรัพย์สิน

และเชิญพ่อแม่ของคู่บ่าวสาว ญาติ และแขกคนอื่นที่มาร่วมงานร่วมกันโปรยเพื่อความเป็นสิริมงคล เมื่อโปยเสร็จแล้วพ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะหยิบเอาเครื่องเพชร เครื่องทองมารวมเอาไว้อยู่ในพานเงินสินสอด แล้ววางส้มสี่ลูกลงไปบนสินสอดด้วย แล้วทำการรวบห่อสินสอดทั้งหมดด้วยผ้าห่อสินสอด ก็จะเป็นอันเสร็จพิธีการรับสินสอด

ขนมบัวลอยจีน

ขนมบัวลอยจีน

ในขั้นตอนสุดท้าย ก็จะปิดด้วยกรทานขนมอี๋ หรือ ขนมบัวลอยจีน โดยขนมบัวลอยจีนนั้นจะต้มกับน้ำตาลและไข่ต้มสุก ส่วนขนมอี๋จะตักใส่ชามออกมาเสิร์ฟให้กับแขกที่มาร่วมงานได้รับประทานร่วมกัน ส่วนสำหรับคู่บ่าวสาวจะตักไข่ให้ชามละฟอง โดยในการรับประทานของคู่บ่าวสาวนั้นจะต้องให้เหลือขนมอี๋ติดก้นชามเอาไว้ 4 – 8 เม็ด เป็นเสมือนคำอวยพรให้รักกันเหนียวแน่น อย่างกลมเกลียว และมีอายุยืนยาว โดยการรับประทานไข่นั้นจะต้องตักทานทั้งสองลูกห้ามใช้ช้อนตัด จะทานหมดหรือไม่หมดก็ได้ ในบางครอบครัวจะใช้ไข่ไก่ฟองเล็กหรือไข่นกกระทาเพื่อให้ทานง่ายขึ้น และหลังจากนั้นก็จะเชิญแขกร่วมรับระทานอาหารที่ทางฝ่ายเจ้าสาวได้เตรียมเอาไว้

ตามประเพณีจีนแล้วทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายจะต้องเตรียมของมาแลกกันด้วยเพื่อนำกลับส่วนหนึ่ง ฝ่ายหญิงจะไม่รับของมาเปล่าๆ ส่วนของที่จะเอามาแลกก็ได้แก่ ส้มที่จะแลกกันคนละครึ่ง หลังจากที่แลกกันเสร็จแล้ว ก็แบ่งขนมต่างๆ แจกจ่ายญาติและแขกที่มาร่วมงาน ด้วยการเอาใส่ถุงสีแดง สีของความเป็นมงคลสำหรับงานแต่งงาน ก็จะเป็นอันเสร็จพิธีกาหมั้นแบบจีนโดยครบถ้วนสมบูรณ์

สำหรับสิ่งของที่ทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายจะต้องเตรียมในการทำพิธีหมั้นนั้นมีอะไรบ้าง ดังนี้ โดยสิ่งของที่ฝ่ายเจ้าสาวจะต้องจัดเตรียมในพิธีหมั้นนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องจัดใส่ถาดที่ปูด้วยผ้าสีแดงด้วย

เตรียมของสำหรับงานหมั้นแบบจีน

ของมีค่าและแหวหมั้นต่างๆ ที่เอาไว้สำหรับมอบให้กับฝ่ายชาย จะเอามจัดใส่พานดอกไม้เอาวางไว้บนโต๊ะ ของประกอบพิธีหมั้นก็เอาจัดใส่ถาดที่ปูด้วยผ้าแดงและใส่ยอดต้นทับทิมหรือที่ชาวจีนเรียกกันว่า ฮั่งฮวย ที่มีความยาว 1 คืบเอาไว้ในทุกถาด ซึ่งเป็นตัวแทนของความหมายคำว่าบริสุทธิ์ และซองเงินสำหรับจัดของไหว้เจ้าที่ที่บ้านของฝ่ายชาย

เอี๊ยมสีแดง ให้ปักลายอักษรเอาไว้ว่า ซังฮี่ หรือความหมายที่ว่าคู่ยินดีและปักตัวหนังสือเอาไว้ 4 คำว่า “แป๊ะนี้ไห่เล่า” ที่มีความหมายว่า อยู่กินกันจนถึงร้อยปีทั้งคู่ พร้อมกับปักลวดลายมังกรและหงส์ ซึ่งลายนี้มีชื่อเรียกกันว่า เล้งหงกิ๊กเซี้ยง ที่มีความหมายถึง เวลาแห่งความสุขและความรุ่งเรืองที่กำลังมาหา และขอให้คู่บ่าวสาวได้พบแต่เรื่องดีๆ ในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ส่วนด้านบนของเอี๊ยมจะมีกระเป๋าอยู่เพื่อเอาไว้ใส่ โหงวเจ๊งจี้ หรือเมล็ดธัญพืช 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือก ข้าวสาร ถั่วเขียว สาคู และถั่วดำ นำเอาใส่ห่อกระดาษสีแดงเพื่ออวยพรให้คู่บ่าวสาวให้สามีภรรยาพร้อมทั้งลูกหลานของตระกูลเจริญงอกงามและรุ่งเรือง

เหรียญทองที่มีลายมังกร เรียกเหรียญแบบนี้ว่า เหรียญกิมเล้ง มักจะนำเอามาใส่ในกระเป๋าของเอี๊ยมสีแดง พร้อมกับ โหงวเจ๊งจี้ เพื่ออวรพรให้ร่ำรวย และอาจจะใส่เงินทองเข้าไปด้วย

ต้นชุงเฉ้า หรือ ต้นเมียหลวง มีลักษณะต้นคล้ายกับต้นกุยช่าย ห่อน้ำตาลอ้อย 2 ต้น ซึ่งเป็นไม้มงคลหมายถึงลูกสาวได้เป็นภรรยาแต่งอย่างสมเกียรติตามประเพณี

ใบทับทิม หรือ อั้งฮวย มีความหมายถึง ความเป็นสาวบริสุทธิ์ ทางฝ่ายหญิงจะต้องเตรียมเอาไว้เป็นจำนวนมาก แล้วนำมาแบ่งเพื่อใส่ประดับในถาดทุกถาดที่ฝ่ายชายจะต้องยกกลับ

ส้มเช้ง 1 ถาดใหญ่ ติดตัวอักษร ซังฮี้ สีแดง ใส่ส้มเอาไว้เป็นเลขคู่ เช่น 20 ลูก ซึ่งบางบ้านจะมีการจัดส้มสีทองปนไปด้วยจำนวน 4 ลูกด้วย เพื่อเอาไว้แลกกับฝ่ายชาย ซึ่งมีความหมายที่เป็นมงคลด้วยกันทั้งสองฝ่าย

กล้วย 1 เครือ ติดตัวอักษร ซังฮี้ที่มีสีแดง หมายถึง ลูกสาวที่แต่งงานไปแล้วให้มีลูกหลานเหมือนต้นกล้วยที่แตกหน่อแตกกอ จะได้มีลูกเต็มบ้านเต็มเมือง

ซาลาเปา ให้มีอักษรมงคล 12 ลูกจัดเอามาใส่ถาดเอาไว้ มีความหมายถึงว่า ลูกสาวที่แต่งงานไปแล้วจะช่วยให้สามีรุ่งเรือง เฟื่องฟู มีบุตรหลานอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า และมีความเป็นน้ำหนึ่งน้ำใจเดียวกัน โดยให้ทางร้านซาลาเปาเขียนอักษรจีน 12 ตัวบนซาลาเปา 12 ลูก แล้วเอามาเรียงกันจนเป้นข้อความรวมกันว่า อยุ่กันจนแก่เฒ่าร้อยปี โดยซาลาเปาเหล่านี้ฝ่ายเจ้าบ่าวจะนำกลับไปไหว้เจ้าที่บ้านของตน

ขนมพกท้อจำนวน 24 ลูกให้ฝ่ายชายนำไปแจกจ่ายให้แก่ญาติพี่น้องของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว

ส้มจีนเคลือบน้ำตาล หรือที่มีชื่อเรียกว่า กิ๊กเปี๊ยะ 1 ห่อ อันมีความหมายถึง เป็นของหวานมงคลชื่น ทำให้ชีวิตคู่หวานชื่นตลอดไป

ลำไยแห้ง 2 ชุด

ไข่ที่เอาสีแดงมาทาจนทั่ว 1 ถาดจัดเอาไว้ให้เป็นเลขคู่ บางบ้านอาจจะเตรียมเอาไว้จำนวน  24 ลูกเพื่ออวยพรว่าให้เจ้าสาวนั้นให้กำเนิดลูกหลานมากๆ

โอวเต่ากิ๊ว ก็คือ ขนมถั่วดำเอามาคลุกกับน้ำตาล เอาข้าวพองสีแดงมาแซมๆ และทำเป้นลูกกลมๆ จำนวนที่ใช้นิยมใช้ 14 ลูก หรือจำนวน 7 คู่

เผือก หรือ โอวเท้า เพราะบางบ้านนั้นไม่นิยมใช้ไข่ ก็จะใช้จัดเป็นเผือกแทน มความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่แล้วมักจัดเป็นคู่ๆ

เม็ดสาคู เอาไว้โรยหน้าสิ่งของต่างๆ เพื่อเป็นเคล็ดในการอวยพรให้แก่คู่บ่าวสาว ลูกกลมๆ ของเม็ดสาคูมีความหมายให้คู่บ่าวสาวนั้นรักใคร่กลมเกลียวกัน

ปิ่นทองยู่อี่

ปิ่นทองยู่อี่ เอาเสียบไว้ที่กระเป๋าเอี๊ยม มีความหมายถึง ให้ทุกเรื่องที่ทำสมความปราถนา ในวันส่งตัวนั้นฝ่ายชายก็จะต้องเอาปิ่นยู่อี่มาคืน เพื่อเอาให้เจ้าสาวเอาไว้ติดผมตอนส่งตัว ส่วนสายของเอี๊ยมนั้นมักนิยมใช้โว่ทองมาคล้องเอาไว้ หรือจะใช้ทองจริงมาแทนก็ได้ โดยนิยมใช้น้ำหนักประมาณ 4 บาทเพราะถือว่าเลข 4 เป็นเลขที่ดี

สิ่งที่เจ้าบ่าวจะต้องเตรียม

สินสอดทองหมั้น หรือที่เรียกเป็นภาษาจีนว่า เพิ้งกิม พร้อมกับแหวนหมั้น ที่จะเอามามอบให้กับเจ้าสาว โดยเพ้งนั้นมีความหมายถึง เงินสินสอด ซึ่งก็แล้วแต่ทางฝ่ายหญิงจะเรียกร้อง แต่ถ้าทางเจ้าสาวยังคงมีอากง กับอาม่า หรือจะมีปู่ย่าอยู่ ทางฝ่ายชายก็จะต้องจัดเงินอั่งเปาเอาไว้อีกหนึ่งก้อนเพื่อให้เป็นพิเศษ พร้อมด้วยชุดหมู 1 ชุด โดยทางพ่อแม่ของฝ่ายหญิงนั้นจะเป็นผู้รับมา ส่วนคำว่ากิมนั้นหมายถึงทอง ซึ่งจะเตรียมเท่าไหร่ก็แล้วแต่ว่าทางฝ่ายหญิงนั้นจะเรียกเท่าไหร่ แต่ถ้าถือเคล็ดกันก็อาจจะเรียกเป็น สี่เอี่ยกิม ซึ่งแปลว่าทอง 4 อย่างเพราะชาวจีนนั้นถือว่า 4 เป็นเลขมงคล โดยทอง 4 อย่างได้แก่ กำไลทอง สร้อยคอทอง ตุ้มหูทอง และเข็มขัดทอง

กล้วยจำนวน 1 เครือที่เป็นสีเขียว โดยส่วนใหญ่แล้วนิยมใช้กล้วยหอม ยิ่งถ้าได้จำนวนหวีที่เป็นจำนวนคู่ยิ่งดีมาก รวมถึงจำนวนลูกด้วยถ้าเป้นจำนวนคู่ก็ดียิ่งขึ้นไป เวลาจะใช้ก็จะเอากระดาษแดงมาพันที่ก้านของเครือเอาไว้ และติดตัวหนังสือคำว่า “ซังฮี่” ไว้บนเครือของกล้วย และทาสีแดงที่ลูกกล้วยทุกใบ จากนั้นฝ่ายชายก็จะเป็นคนเอากลับหลังจากที่ทำพิธีสู่ขอเสร็จเรียบร้อยแล้ว กล้วยนั้นมีความหมายในทางมงคล 2 อย่างด้วยกัน หนึ่งคือให้มีลูกหลานสืบสกุล สองคือให้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต โดยคำว่าซัง แปลว่า คู่ ส่วนฮี่ แปลว่า ยินดี ดังนั้นเมื่อเอามารวมกันก็จะมีความหมายว่า ความยินดีของชายหญิงคู่หนึ่งที่แต่งงานกัน ซึ่งก็หมายถึงคู่บ่าวสาวนั้นเอง และกล้วยนั้นบางทีเจ้าสาวจะเป็นผู้เตรียมมามอบให้

อ้อยจำนวน 1 คู่ โดยให้ยกมาทั้งต้น เพื่อถือเคล็ดอวยพรให้ชีวิตคู่หวานเหมือนอ้อย แต่บางบ้านก็ไม่ใช้อ้อยเพราะเป็นความหวานที่กินยากต้องแกะต้องแทะหลายอย่าง

ส้ม เป็นผลไม้มงคลของชาวจีน มีความหมายให้โชคดี นิยมใช้ส้มเขียว และติดตัวหนังสือเอาไว้เป็นคำว่า “ซังฮี่” โดยเขียนเป็นเป็นสีแดงที่ผลส้มทุกผล และต้องเตรียมมาเป็นจำนวนคู่ด้วย แล้วแต่ว่าทางฝ่ายหญิงจะกำหนดกี่คู่

ขนมสำหรับหมั้น โดยทางฝ่ายหญิงจะเป็นผุ้กำหนดทั้งชนิดและจำนวนของขนม ซึ่ง ก็จะเป็นขนม 4 สี เรียกกันว่า ซี้เส็กหม่วยเจี๊ยะ หรือขนม 5 สีที่เรียกว่าโหงวเส็กทึ้ง ซึ่งจะประกอบด้วย ขนมเหนียวเคลือบงา ขนมเปี๊ยะโรยงา ขนมถั่วตัด ขนมข้าวพองทุบ และขนมโก๋อ่อน หรือในบางบ้านก็อาจจะใช้น้ำตาลทราบ ซาลาเปาไส้หวาน และคุกกี้กระป๋อง โดยจำนวนขนมแต่งงานและคุกกี้กระป๋องนั้นทางฝ่ายหญิงจะเป็นผู้กำหนดโดยจะดูจากจำนวนของแขกและญาติมิตรที่เชิญมาร่วมงาน มีคำเรียกการให้ขนมแต่งงานแก่แขกมิตรสหายว่า สั่งเปี้ย หรือ ซั้ง มีความหายว่า ให้เปี้ย แปลว่า ขนม วึ่งในที่นี้ก็หมายถึงขนมหมั้นหรือขนมแต่งงานนั่นเอง

ชุดหมู 3 ถาด จะแบ่งออกเป็นถาดที่ 1 ใส่ชุดหัวหมู พร้อมกับเท้า 4 เท้าและหาง โดยเท้านั้นจะต้องตัดเล็บเท้าให้เรียบร้อยพร้อมกับติดตัวหนังสือว่าซังฮี่ ในถาดที่ 2 เป็นถาดที่ใส่หมูสดที่ติดตัวอักษรซังฮี่ และถาดสุดท้ายถาดที่ 3 จะเป็นโต้วเตี้ยบะ เท่านั้นซึ่งก็คือเนื้อหมูส่วนท้องของแม่หมู เพื่ออวยพรให้กับเจ้าสาวที่จะเป็นแม่ที่อุ้มท้องเพื่อให้กำเนิดลุกแก่ฝ่ายชาย และยังมีธรรมเนียมอีกว่าทางฝ่ายหญิงนั้นจะต้องให้ชุดหมูสดตอบแทนฝ่ายชายด้วย ซึ่งชุดหมูที่ฝ่ายหญิงเตรียมจะเป็นหัวใจหมูโดยจะต้องสั่งทำพิเศษว่าให้มีหัวใจที่มีปอดและตับติดอยู่ด้วยกันด้วย และหลังจากเสร็จพิธีแล้วก็จะนำชุดหัวใจนี้ไปแบ่งเป็น 2 แบบก็คือ แบบแรกก็คือฝ่ายหญิงจะแบ่งชุดหัวใจให้กับฝ่ายชายครึ่งหนึ่ง ในส่วนแบบที่ 2 ก็คือเอาชุดหัวใจไปประกอบอาหารเพื่อให้คู่บ่าวสาวได้ทานด้วยกัน เพื่อเป็นการถือเคล็ดอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีจิตใจรวมเป็นหนึ่งใจเดียวกัน

ของเซ่นไหวที่บ้านของฝ่ายเจ้าสาว โดยที่ฝ่ายชายจะต้องเตรียมเอาของไหว้ไว้ 2 ชุดได้แก่ 1 ชุดสำหรับไหว้เจ้าที่ 1 ชุดสำหรับไหว้บรรพบุรุษ ส่วนในการจัดเตรียมของไหว้จะต้องมีทั้งของคาว ขนมไหว้ ผลไม้ไหว้ เหล้า อาหาร 10 อย่าง ธูปเทียนดอกไม้ และของไหว้พิเศษ อันได้แก่ เส้นหมี่ เพื่ออวยพรให้คู่บ่าวสาวมีชีวิตคู่ที่ยืนยาว และให้เฒ่าแก่ที่เป็นที่นับหน้าถือตาและมีชีวิตครอบครัวที่ดีมาเป็นผู้นำขบวน หรือช่วยถือขันหมากเพื่อเป็นเคล็ดเสริมความเป็นสิริมงคล โดยก่อนที่จะจบพิธีนั้นก็จะมีการนำของหมั้นของฝ่ายหญิงและฝ่ายชายมาแบ่งครึ่งกันก่อนแล้วแบ่งของครึ่งหนึ่งแก่กัน

 

 

 


Top
error: