รู้จักกับพิธีปูที่นอนในงานแต่งงาน

กว่าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะแต่งงานกันจนเสร็จสมบูรณ์ได้ ก็จะต้องผ่านพิธีสำคัญต่างๆ มากมาย และพิธีที่สำคัญที่สุดซึ่งเรียกได้ว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งงานนั่นก็คือ “พิธีส่งตัว” แต่ก่อนที่จะถึงพิธีส่งตัวเข้าหอนั้น ก็จะต้องทำพิธีที่เรียกว่า “พิธีปูที่นอน” เสียก่อนจึงจะทำพิธีส่งตัวเข้าหอต่อไปได้

พิธีปูที่นอน

พิธีปูที่นอน

 

พิธีการปูที่นอนมีอีกชื่อเรียกว่า “พิธีเรียงหมอน” ความสำคัญของพิธีนี้คือเป็นการให้พรจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่ครองคู่กันมาอย่างยาวนานตั้งแต่หนุ่มสาวจนถึงวัยสูงอายุ เพื่อเป็นศิริมงคงแก่คู่บ่าวสาวให้ครองคู่กันไปนานๆ จนแก่เฒ่าอย่างมีความสุข หลังจากเรารู้ถึงความสำคัญของพิธีนี้แล้วเรามาดูกันครับว่าต้องทำอย่างไรกันบ้าง

คุณสมบัติของผู้ที่เหมาะสมในการเป็นผู้ทำพิธีปูที่นอน

  • ต้องอยู่ด้วยกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่หนุ่มสาวจนแก่เฒ่า
  • มีชีวิตครอบครัวที่มีความสุข รักใคร่อบอุ่นกันดี ไม่เป็นครอบครัวที่ร้าวฉานหรือมีการทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยๆ
  • สามารถก่อร่างสร้างตัวได้ มีฐานะ มีเงินทอง และมีลูกหลานสืบสกุล
  • เป็นผู้ใหญ่ที่มีผู้คนนับถือ และเป็นที่ยอมรับในสังคม
  • เป็นผู้มีศีลธรรมอันดี สมควรแก่การเป็นเยี่ยงอย่างให้กับบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะให้คู่เจ้าบ่าวเจ้าสาว

การเตรียมสิ่งของที่จะนำมาใช้สำหรับเข้าพิธี

  • หินบดยา 1 ก้อน หมายถึง จิตใจที่หนักแน่น
  • ไม้เท้า 1 อัน หมายถึง อายุยืนยาว
  • ฟักเขียว 1 ลูก หมายถึง เยือกเย็นเป็นสุข
  • ถั่ว และ งา อย่างละ  1 ถุง หมายถึง ชีวิตเจริญงอกงาม
  • ภาชนะใส่น้ำ 1 ที่ หมายถึง  ความสมัคคี รักใครกลมเกลียวกัน
  • แมว 1 ตัว หมายถึง รักบ้านเรือนของตน
  • ไก่ขาว 1 ตัว หมายถึง ขยันหมั่นเพียร
  • เครื่องนอนของคู่บ่าวสาว
  • ขันน้ำมนต์ 1 ขันพร้อมกับที่พรมน้ำมนต์
  • ข้าวตอก ดอกไม้ 1 ขัน ภายในใส่ ดอกรัก มะลิ กุหลาบ ผสมกับเกรียญเงิน และทอง อย่างละ 9 เหรียญหรือจำนวนตามต้องการ

หลังจากที่เตรียมข้าวของเสร็จเรียบร้อย เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมแก่การทำพิธีผู้ประกอบพิธีผู้ชายก็จะลุกขึ้นยืนพร้อมกับกล่าวข้อความต่างๆ และจะต้องมีคนคอยตอบข้อความด้วยดังนี้

ผู้ทำพิธี : ถึงฤกษ์งามยามดีแล้วหรือยัง
คนตอบ : ถึงแล้วครับ
ผู้ทำพิธี : นายบุญมั่นมาแล้วหรือยัง
คนตอบ : มาแล้วครับ
ผู้ทำพิธี : นายบุญคงล่ะมาแล้วหรือยัง
คนตอบ : มาแล้วครับ

หลังจากนี้ก็ถามถึงคนที่มีชื่ออันเป็นมงคลอื่นๆ อีก 2 – 3 คนและให้มีคนคอยตอบทุกครั้งว่ามาแล้วทุกครั้ง เมื่อเสร็จแล้วผู้ทำพิธีก็จะหันไปบอกกับภรรยาของตัวเองว่า “ถึงฤกษ์งามยามดีแล้ว ผู้ที่จะมาอวยพรก็มาพร้อมกันแล้ว เรามาช่วยกันปูที่นอนกันเถอะ” หลังจากกล่าวจบผู้ทำพิธีทั้งสองก็ช่วยกันปูที่นอนจนเสร็จ จากนั้นพรมน้ำมนต์ลงไปบนที่นอนพร้อมกับให้ศีลให้พรเพื่อเป็นศิริมงคงแก่คู่บ่าวสาว ในขั้นตอนต่อมาผู้ทำพิธีทั้งสองคนจะขึ้นไปนั่งเคียงกันบนที่นอน หันหน้าไปทางหัวนอน ไหว้พระสวดมนต์ด้วยกันครู่หนึ่ง พอเสร็จแล้วก็ลงนอนเคียงข้างกันบนที่นอน แล้วให้พรแก่คู่บ่าวสาวโดยเป็นคำสนนทนาดังนี้

ฝ่ายชาย: ที่นอนน่านอน ใครมานอนก็จะอยู่เย็นเป็นสุขสบาย อายุยืนนะแม่หนู
ฝ่ายหญิง: นอนสบายนะคะ ถ้าใครนอนก็คงจะมีทรัพย์สินเพิ่มพูน มีลูกเต้าน่ารักน่าชม
ฝ่ายชาย: ที่นอนนี้ดีจริง ใครได้นอนก็คงอยู่เย็นเป็นสุข
ฝ่ายหญิง: เราจะมีแต่ความสุขตลอดไป

และจะพูดในลักษณะนี้ไปอีกเล็กน้อยที่มีแต่เรื่องที่ดีและเป็นศิริมงคลแก่การครองคู่ พอจบการให้พรแล้วทั้งคู่ก็นอนหลับตานิ่งเหมือนหลับไปสักครู่หนึ่ง แล้วจึงลุกออกจากที่นอนก็เป็นอันเสร็จพิธี จากนั้นผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าสาวก็จะนำเจ้าสาวเข้ามาในห้องเพื่อกราบเจ้าบ่าว และผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าสาวก็กล่าวคำพูดฝากฝังเจ้าสาวให้กับเจ้าบ่าวให้ทั้งสองรักกันอย่างมั่นคงและมีความสุข หลังจากนั้นผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวช่วยกันจัดวางหมอนหนุนบนที่นอน โดยจัดให้หมอนสำหรับผู้ชายอยู่ทางขวา และหมอนสำหรับผู้หญิงอยู่ทางซ้ายจากนั้นก็เป็นอันจบพิธีเดินออกจากห้องนอนได้

ในกรณีที่บางคนมีพิธีส่งตัวเข้าหอต่อจากพิธีในตอนเช้าเลย จึงมีพิธีการส่งตัวแบบรวบรัดคือ หลังจากที่จบพิธีปูที่นอนแล้ว ก็ให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวอยู่กันตามลำพังสักครู่ โดยให้นอนคู่กันอยู่บนที่นอนเหมือนคนนอนหลับ จากนั้นคนด้านนอกห้องก็ทำเสียงเหมือนเสียงไก่ขันเพื่อบอกว่าเช้าแล้ว ก็ให้คู่บ่าวสาวที่นอนอยู่ตื่นขึ้นแล้วให้ทั้งสองพูดถึงแต่สิ่งดีๆ เช่น เมื่อคืนหลับแล้วฝันเห็นเงินทอง และฝันว่าได้ลูกสาว(ลูกชาย)

การเลือกสีผ้าปูที่นอนให้เหมาะสม

ตามประเพณีของไทยแล้ว สีของผ้าปูที่นอนจะใช้สีใดก็ได้ แต่เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศก็จะเลือกสีชมพู สีฟ้า หรือสีอื่นๆ ตามแต่ที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวชอบ

แต่ถ้าเป็นพิธีแต่งงานตามประเพณีของจีนจะจำกัดสีผ้าปูที่นอนให้ใช้แต่สีแดงเท่านั้น และพิธีการปูที่นอนตามประเพณีของจีนจะเรียกว่า “ฤกษ์เรียงหมอน” ส่วนข้าวของเครื่องใช้เพื่อประกอบพิธีปูที่นอนได้แก่ ฟักเขียว แมวคราว หินบดยา ถุงเงินถุงทอง ที่ใส่ถั่วเขียว งาดำ ข้าวตอก ดอกไม้ ดอกบานไม่รู้โรย หรือดอกไม้มงคลอื่นๆ

หลังจากเตรียมของเสร็จแล้วให้เอาถั่ว งา ดอกไม้ โปรยให้ทั่วที่นอน แล้วผู้ทำพิธีจึงขึ้นไปนอนบนเตียงทั้งสองคน โดยผู้ชายนอนทางขวาของผู้หญิง แล้วทำเป็นนอนหลับไปสักครู่หนึ่ง แล้วจึงทำเป็นตื่นแล้วพูดคุยกันด้วยเรื่องที่เป็นมงคลว่านอนหลับแล้วฝันดีเห็นแต่สิ่งที่เป็นศิริมงคล จากนั้นจึงลุกขึ้นมาจากที่นอน เพื่อเดินมาจูงมือเจ้าบ่าวและเจ้าสาวให้ขึ้นนอนบนเตียง แล้วกล่าวให้ศีลให้พรให้คู่บ่าวสาว “อยู่กินกันอย่างมีความสุขจนถึงแก่เฒ่า ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร” จากนั้นผู้ทำพิธีก็ให้โอวาทในการครองคู่ครองเรือนให้แก่คู่บ่าวสาว แล้วจึงเดินออกมาจากห้องหอก็ถือเป็นอันจบพิธี

 


Top
error:
php hit counter